ข่าวเศรษฐกิจ » AYANA จับมือ Thailand Longstay ให้ความรู้การถือครอง-พำนักถูกกฎหมายของต่างชาติ

AYANA จับมือ Thailand Longstay ให้ความรู้การถือครอง-พำนักถูกกฎหมายของต่างชาติ

24 เมษายน 2026
70   0

ภูเก็ต – ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนด้านอสังหาริมทรัพย์และหน่วยงานส่งเสริมการพำนักระยะยาว เดินหน้าผลักดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่เวทีโลก หลัง “AYANA” ภายใต้ T.H. Group ผนึกกำลังบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด (Thailand Longstay) เปิดตัวแคมเปญ “Residence as Investment” ชูแนวคิด “อยู่ได้-ลงทุนได้” ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติศักยภาพสูงการเปิดตัวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ณ AYANA Sales Gallery อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยนางปิยภัทร สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thailand Longstay และนางสาวกรทิพย์ เหรียญไกร กรรมการบริษัท ที.เอช. กรุ๊ป ภูเก็ต จำกัด ร่วมให้ข้อมูล พร้อมเชิญ พ.ต.ท. นาธารา กาญจนพนาง รองผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ตชี้แจงข้อกฎหมายด้านวีซ่าและการพำนัก

นางปิยภัทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีหน่วยเหลือขายกว่า 180,000 ยูนิต ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อและพำนักในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่อง หลังภาครัฐออกวีซ่าพำนักระยะยาวสำหรับนักลงทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งโมเดล “Residence as Investment” ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้โจทย์สำคัญ คือ “ซื้อแล้วต้องอยู่ได้” โดยผสานการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เข้ากับสิทธิพำนักอย่างถูกกฎหมาย พร้อมระบบคัดกรองและอำนวยความสะดวกแบบครบวงจรความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนครบวงจร ประกอบด้วย กระตุ้นสภาพคล่องตลาด ด้วยการดึงเม็ดเงินต่างชาติผ่านการลงทุนที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม, กระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ โดยกลุ่มผู้พำนักระยะยาวมีกำลังซื้อสูง สร้างรายได้ต่อเนื่องทั้งภาคบริการ สุขภาพ และการศึกษา ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านกฎหมาย ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และระบบคัดกรองเข้มงวด

สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วม ผู้ลงทุนต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่กำหนด มูลค่าขั้นต่ำ 3 ล้านบาท โดยสามารถเลือกถือครองแบบกรรมสิทธิ์ต่างชาติ (Foreign Freehold) หรือเช่าระยะยาว (Leasehold) ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย การโอนเงินจากต่างประเทศพร้อมเอกสาร FET Form การขึ้นทะเบียนผ่าน Thailand Longstay และการยื่นขอวีซ่าพำนักระยะยาว ซึ่งเริ่มจากวีซ่า 90 วัน และต่ออายุรายปีได้ต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ยังถือครองสิทธิในทรัพย์สิน ผู้ลงทุนยังได้รับสิทธิพิเศษ เช่น การอำนวยความสะดวกด้านการรายงานตัวทุก 90 วัน และสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตร

นางปิยภัทร ระบุว่า ปัจจุบันพฤติกรรมชาวต่างชาติเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวระยะสั้น เป็นการพำนักระยะยาวเฉลี่ย 7-8 เดือนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน ครอบครัวที่ส่งบุตรเรียนโรงเรียนนานาชาติ และกลุ่มดิจิทัลโนแมด ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ศักยภาพ เช่น ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา เพิ่มสูงขึ้นพร้อมย้ำว่า ระบบวีซ่าดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายไทยทั้งหมด มีการตรวจสอบเอกสารและคัดกรองผู้ลงทุนอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งด้านความปลอดภัยและความโปร่งใส โดยThailand Longstay ยังเดินหน้าทำตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน ซึ่งมีความต้องการลงทุนสูง รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับราคาตั้งแต่ 50–100 ล้านบาทขึ้นไป

ด้านนางสาวกรทิพย์ กล่าวว่า การร่วมมือกับ Thailand Longstay และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าต่างชาติของโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มรัสเซียและยูเครน ซึ่งเป็นตลาดหลัก หากสามารถพำนักระยะยาวได้ จะทำให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่เพิ่มขึ้นและกระจายสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น จากโครงการที่เข้าร่วม เช่น AYANA Heights Seaview Residences และ AYANA Soluna Villaความร่วมมือครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Global Residential Hub” ใช้จุดแข็งของภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง และคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจำนวนมากตลอดปี 2569.

error: Content is protected !!